ทหารกองหนุนประเภทที่ 2 คืออะไร และทำหน้าที่อะไร ?

Whether studying for military students or criteria and being able to be a soldier

What is the 2nd Reserve Army type and what does it do? pic

ทหารกองหนุนประเภท 2 คือ ปลดออกจากกองเกิน ตามมาตรา 39 หรือปลดออกจากกองประจำการตามมาตรา 40 โดยทหารเหล่านั้น ได้แก่…

  • พ้นราชการประเภท 1 คือ ถูกปลดโดยได้รับราชการในชั้นต่างๆ จนครบกำหนดวาระ จากการปฏิบัติหน้าที่แล้วเกิดทุพพลภาพ , มีโรคประจำตัวขึ้นร้ายแรงโดยไม่อาจรับราชการทหารได้ ระหว่างรับราชการทหารตามพระราชบัญญัติ
  • พ้นราชการประเภท 2 คือ ทหารกองหนุนประเภท 2 ซึ่งมีอายุ 46 ปีบริบูรณ์ , เป็นทหารกองเกิน , ทหารกองหนุนประเภท 2 ซึ่ง ทุพพลภาพ หรือมีโรคที่ไม่อาจรับราชการทหารได้ ในระหว่างการรับราชการทหารตามพระราชบัญญัติ หรือนายทหารสัญญาบัตร ซึ่งถูกปลดจากการถูกถอดยศ

สำหรับผู้ที่ได้ลงทหารกองเกินแล้ว ให้จัดว่าเป็นทหารประเภทนี้นับตั้งแต่วันที่ลงบัญชี แต่กรณีถ้ามีอายุครบกำหนดปลดแล้ว กลายมาเป็นทหารกองหนุนประเภท 2 ตามมาตรา 39 เมื่อได้ลงบัญชีกลายเป็นทหารกองเกินอย่างถูกต้องแล้ว ให้ปลดเป็นทหารกองหนุนประเภท 2 ทันที สำหรับการลงบัญชีทหารกองเกิน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ , วิธี ตามกำหนดกฎกระทรวง

ไม่ว่าจะเรียนนักศึกษาทหารมาแล้ว หรือ เกณฑ์แล้วก็สามารถเป็นทหารอีกได้

กองทหารของกองทัพไทย ณ ปัจจุบันมีประมาณ 350,000 นาย ซึ่งปริมาณนี้ไม่เพียงพอต่อภารกิจของกองทัพ โดยถ้าทางกองทัพต้องการกำลังพลมากกว่านี้ จำเป็นต้องใช้งบประมาณให้เพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นการใช้กำลังพลสำรองจึงเป็นทางออกที่ทางกองทัพไทยเลือกใช้ ซึ่งมาตรา 15 ได้มีการกำหนดให้กำลังพลสำรองมาจาก 2 ส่วน

ส่วน 1 มาจากการรับสมัครจากบุคคล

ส่วน 2 มีความสำคัญกับคนส่วนใหญ่มาก เพราะมาจาก…

  • คัดเลือกจากสัญญาบัตรกองหนุน
  • สัญญาบัตรนอกราชการ
  • สัญญาบัตรนอกกอง
  • กองหนุนประเภท 1 คือ ผู้ผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว หรือผู้ได้รับยกเว้น เนื่องจากเป็นนักศึกษาทหาร มีอายุไม่เกิน 40 ปี
  • กองหนุนประเภท 2 คือผู้เข้ารับการเกณฑ์ทหารหากแต่จับได้ใบดำ และทหารกองหนุนประเภท 1 ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 40-60 ปีขึ้นไป

ปัจจุบันประเทศไทยมีทหารกองหนุนประมาณ 12,000,000 คน โดยวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 มีการประกาศออกมาว่าจะมีการเรียกกำลังพลสำรอง 2.5 % จากกองกำลังสำรองทั้งหมดเข้ารับการฝึกทหาร

และกฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดบทลงโทษ แก่กำลังพลสำรองรวมทั้งนายจ้าง ที่พยายามหลีกเลี่ยง โดยกำลังพลสำรอง มาตรา 37 บัญญัติออกมาว่า ถ้าพบว่ามีผู้ใดพยายามจะหลีกเลี่ยง ไม่เข้ารับราชการทหารกำลังพลสำรองเพื่อตรวจสอบ มีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน , ปรับไม่เกิน 5,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนถ้าพบว่าพยายามหลีกเลี่ยงไม่มาเข้ารับราชการทหารในขั้นตอนเรียกมาฝึกวิชา , ปฏิบัติราชการ , ทดลองความพร้อม , ระดมพล จะต้องจำคุกไม่เกิน 4 ปีสำหรับนายจ้าง ถ้านายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างที่ลาไปเพื่อรับราชการทหาร ต้องปรับ 20,000 บาท